2007/Apr/12

ËÌ NEW PRELUDE ÌË

โมโนแทรค ทวีปที่ใหญ่ที่สุดในอาณาจักร เอิร์ทโปโล ประกอบไปด้วยประเทศที่สำคัญถึงหกประเทศ และยังมีประเทศเล็กๆอีกมากมาย แต่ละประเทศปกครองตนเอง ทำให้โมโนแทรคมีความหลากหลายทั้งทางด้านศิลปวัฒนธรรม การเมืองและ การปกครอง

เบื้องหลังเทือกเขาสูงที่ทอดตัวอยู่ทางตะวันออกของทวีป เขตหวงห้ามสำหรับผู้ไม่มีวิชา และพวกปอดแหกก็ไม่ควรย่างกายเข้าไป ดินแดนแห่งนักฆ่า..ดินแดนที่ถูกขนานนามว่าเมืองต้องคำสาป...ไนเจอร์!
โอ๊ย อะไรกันลุงมาเล่าเรื่องหลอกเด็กอยู่ได้เสียงหวานโวยวายลั่น คิดจะทำให้ภาพพจน์พวกเราน่ากลัวไปถึงไหน
แล้วถ้านักฆ่าไม่น่ากลัว จะเอาอะไรไปข่มเค้าวะคนสูงวัยกว่าย้อน
ก็ฝีมือไงลุงเด็กสาวทำหน้าทะเล้น
เออๆ ลุงขี้เกียจเถียงกับเจ้าแล้ว ไม่เล่าก็ไม่เล่า ว่าพลางลุกจะเดินหนี เอ้า! แล้วพวกเจ้าจะมานั่งอยู่ทำไมกลับบ้านไปฝึกซ้อมได้แล้ว หันไปโวยวายใส่เด็กแทน
เหล่าเด็กน้อยที่กะจะมานั่งฟังนิทานเป็นอันต้องทำหน้าเอ๋อ เฮ้อ....อดทุกที
ท่านมิงค์ รอผมด้วย ร่างบางวิ่งรี่เข้ามาหา
ชินมีอะไรเหรอเสียงหวานถามอย่างเอ็นดู
ทั้งที่ชินอายุเท่ากันแท้ๆแถมเป็นผู้ชายอีก ทำไมน่ารักขนาดนี้นะ
อื้อๆ มีสิ ท่านอคาล็อคให้มาตามท่านมิงค์กลับบ้าน
ไม่เสียงที่เคยหวานๆกลับแข็งกร้าวขึ้นมาทันที ยังไม่อยากกลับ
น้า~...กลับเถอะนะ วันนี้วันเกิดท่านมิงค์เองนะ กลับกันน้า~ชินทำเสียงอ้อน นิ้วเรียวจับเข้าที่แขนสาวสวยแล้วเขย่าเบาๆ
โอ๊ย! ชิน อย่ามาจับนะ เดี๋ยวใจอ่อน ฮื้อๆ ทำไมต้องเป็นแบบนี้ทุกที
อ๊ะเด็กหนุ่มร้องด้วยความตกใจบวกกับตั้งตัวไม่ทัน เมื่อสาวสวยตรงหน้าดันเขาเข้าชิดกับกำแพง(ซะงั้น ชินน้อยผู้น่าสงสาร) ท่านมิงค์จะทำอะไรผม ทำหน้าตื่นตกใจ
จุ๊จุ๊ อย่าเสียงดังสิชินเด็กสาวอมยิ้ม ถ้านายยอมจูบชั้นชั้นจะกลับ
อย่าล้อเล่นสิฮะ ใบหน้าแดงระเรื่อ
ไม่ได้ล้อเล่นซักหน่อยนัยน์ตาสีน้ำตาใสสบประสานกับดวงตาสีมรกต เร็วสิ เดี๋ยวก็โดนท่านพ่อชั้นทำโทษหรอก
ไม่เอา ถ้าผมจูบท่านมิงค์ ก็มีค่าเท่ากัน ตายเหมือนกัน ชินปฏิเสธทันควัน
ถ้านายไม่จูบชั้น งั้นชั้นจะจูบนายเอง สาวสวยว่าเสร็จก็โน้มใบหน้างามๆเข้ามาใกล้ แล้ว...

โอ๊ย!!! ปล่อยนะคิม มิงค์โวยวายลั่น ดิ้นพล่านไปมาบนบ่าของร่างสูง ทำเอาคนที่เดินผ่านไปมามองกันเป็นตาเดียว
ขอโทษนะที่ทำให้ต้องออกมาตามเจ้าของนัยน์ตาสีมรกต สำนึกผิด
ไม่เป็นไรหรอกชิน อย่างมิงค์เนี่ยต้องใช้ไม้แข็ง ใครสั่งให้นายออกมานะ ทั้งที่รู้ว่านายเอามิงค์ไม่อยู่

มือใหญ่เสยผมสีดำเข้มทีเปียกเหงื่อเพราะต้องออกแรงจับสาวน้อยที่อยู่บนบ่ากลับบ้าน

นี่มิงค์ เมื่อกี๊จะทำอะไรชิน ว่าพลางวางสาวสวยที่แบกมาลงบนเตียงนุ่มๆ
ก็แค่แกล้งเล่นเฉยๆ นายคิดว่าฉันจะจูบจริงหรือไงตาสีน้ำตาลใสนั้นแฝงแววรั้นอย่างคนถูกขัดใจส่งมาให้ พร้อมกับ ไอ้บ้า ไอ้ประสาท ด่าเสร็จก็เดินเข้าห้องน้ำไป

สองพี่น้องตระกูลโซนอฟที่พ่อและแม่ของเธอรับเลี้ยงไว้ตั้งแต่เด็กๆ คนหนึ่งเข้มแข็งเก่งกาจและอดทน มีทั้งคุณสมบัติและลักษณะของนักฆ่าอยู่ครบถ้วน ส่วนอีกคน น่ารักบอบบาง และมีพลังวิเศษซึ่งหายากในนักฆ่าทั่วๆไป พวกเธอทั้งสามคนเคยทำงานร่วมกันสมัยที่โมโนแทรกมีสงครามแย่งชิงบัลลังแห่งกษัตริย์
คนใหญ่คนโตพวกเศรษฐีผู้ดีมีเงิน มักจะจ้างคนในไนเจอร์ให้ไปลอบสังหารศัตรูของพวกเขา ทุกคนในไนเจอร์ล้วนแล้วแต่เป็นนักฆ่าที่มีฝีมือ สังหารทุกคนที่ได้รับคำสั่งมา มีดและอาวุธทุกอย่างก็ถูกทำขึ้นโดยคนในเมือง จะไม่มีการทำร้ายพวกเดียวกันเด็ดขาด แม้จะถูกจ้างก็ตาม นั่นคือกฎหลักของพวกเรา ผู้นำจะถูกเลือกโดยการโหวตเสียงข้างมาก คนปัจจุบันคือ อคาล็อค โคลวาล นักฆ่าผู้เลื่องชื่อ


มิงค์เสร็จหรือยัง เร็วๆหน่อยสิงานจะเริ่มแล้วนะคนก็มากันเยอะแล้วด้วย
เดี๋ยวน่า...ทำไมคิมชอบเร่งอยู่เรื่อยเลย
ถ้าไม่รีบเดี๋ยวฉันจะเข้าไปใส่ให้นะ คิมลองเชิง หวังในใจว่าแม่สาวน้อยในห้องจะไม่เปิดประตูออกมา
ประตูไม้ถูกเปิดออก สาวน้อยแสนสวยในชุดราตรีสีดำที่ทำให้ผิวขาวๆนั้นดูโดดเด่นสะดุดตา ผมสีน้ำตาลอ่อนปล่อยสยายคลอไหล่มน เครื่องหน้าติดจะคมสวยน่ามองแต่ก็ยังมีเค้าความหวานดูเป็นสาวสวย นัยน์ตาสีน้ำตาลใสคู่โตเลิกขึ้นเล็กน้อย เมื่อบุรุษตรงหน้าเอาแต่ยืนนิ่งเงียบ
คิม...คิม...คิม!!!
ฮะ..เอ่อ..
อะไรกัน แค่ฉันแต่งตัวสวยหน่อยเดียว ถึงกับอึ้งเลยเหรอ ฮึสาวน้อยตรงหน้าล้อเลียน
สวยยังไงก็ไม่ไหว ใครก็ได้เปลี่ยนทีไอ้นิสัยนี้ที...กวนชะมัด
ไปได้แล้ว แขกเค้ารอตั้งนานแล้ว ร่างสูงเอ่ยเตือน
ก็มันวันเกิดฉันนี่นา อะไรกัน ว่าแล้วก็เดินนำหน้าลงบันไดไป นี่ คิมเตรียมของขวัญไว้ให้ฉันหรือเปล่า
เรื่องอะไรจะต้องให้เธอด้วย ชายหนุ่มอมยิ้ม
ว้า~...แย่จังไอ้เราก็อุตส่าห์หวังเฮ้อ...ถ้านายมีแฟนล่ะฉันสงสารแฟนนายแย่เลย คนอะไร๊ไม่โรแมนติกเอาซะเลยสาวเจ้าว่าแล้วก็วิ่งหนีเข้างานไป
อะไรของยัยนั่น...

สุขสันต์วันเกิดนะมิงค์
จ้า~
มีความสุขมากๆนะ อ่ะนี่ของขวัญจ่ะ
ขอบคุณมากๆเลย
ทามกลางวงล้อมเหล่าเพื่อนๆพี่ๆน้องๆทั้งหลายที่รุมกันเข้ามาให้ของขวัญแก่เจ้าของวันเกิด ทำเอาตัวเธอเกือบจะเป็นลม เล่นรุมกันเข้ามาไม่เหลือที่ไว้ให้หายใจ

เวลาผ่านไปก็นานอยู่อาหารชั้นดีมากมายถูกยกเข้ามาเสิร์ฟให้กับแขกในงาน เค้กก้อนโตที่บรรจงตกแต่งอย่างน่ารักเพื่อเป็นของขวัญให้กับสาวน้อย
แล้วก็ถึงซักที เวลาที่ท่านพ่อจะมอบของขวัญให้
สุขสันต์วันเกิดนะลูก ชายวัยกลางคนรูปร่างสมส่วนได้รูป เดินเข้ามาหาบุตรสาว อายุสิบห้าแล้วก็ทำตัวให้เป็นผู้ใหญ่ด้วยล่ะ เป็นเด็กดีนะลูก
ท่านพ่อ ของขวัญ ทวงซึ่งๆหน้าไม่อ้อมค้อม
นี่สิลูกพ่อ ตรงไปตรงมา ผู้เป็นพ่อลูบหัวลูกสาวอย่างเอ็นดู พร้อมกับยื่นซองสีเหลืองอ่อนส่งให้
อะไรอ่ะคะท่านพ่อ นึกว่าจะเป็นม้าซักตัว หรือไม่ก็ดาบซักชุด
ลองเปิดดูสิ ผู้เป็นอมยิ้ม

ซองจดหมายซีเหลืองอ่อนที่ประทับตรากิลเบิร์กรัฐเล็กๆที่อยู่ติดทะเลทางใต้ ซองหนาที่ภายในบรรจุแผ่นเอกสารมากมายเอาไว้
นี่อะไรคะ เธอมองหน้าผู้เป็นพ่อ
โรงเรียนที่กิลเบิร์ก ส่งสารมาเชิญลูกพ่อไปเรียน
ขอบคุณคะพ่อ สำหรับของขวัญ เป็นของขวัญที่ดีมากเลย เธอกัดฟันพูด สีหน้าไม่รับแขก
ทั้งที่กำลังจะเดินหนี แต่ก็ถูกมือใหญ่ของผู้เป็นพ่อรั้งเอาไว้
คืนนี้มาหาพ่อที่ห้อง พาชินกับคิมมาด้วย พ่อมีงานให้ทำ ผู้เป็นพ่อกระซิบ
งั้นหรอกเหรอ งานอีกแล้ว นึกว่านึกว่าอะไร เฮ้อ...


ร่างบางเดินเข้าไปหาสองหนุ่มที่ยืนหลบมุมอยู่ริมระเบียง
คุยอะไรกันอยู่ สาวน้อยร้องถาม
เรื่องส่วนตัว คิมว่าเสียงเย็นๆ
อะไรกัน บอกไม่ได้หรือไงคิมมี่ หญิงสาวหัวเราะ
ชิน ฉันไปแล้วนะ อยู่ตรงนี้น่าเบื่อมีคนชอบมากวนร่างสูง บอกน้องชายฝาแฝด ก่อนหันมายิ้มมุมปากให้สาวน้อยเจ้าของวันเกิด
หญิงสาวแยกเขี้ยวงุด ไอ้บ้า! มาหาว่าเธอกวนแล้วตัวเองไม่กวนหรือไง แบร่!
ท่านมิงค์อย่าไปโกรธคิมเค้าเลย ชินบอก เห็นเพื่อนสาวกึ่งเจ้านายทำหน้าบูดบึ้ง
นี่ ผมมีอะไรจะให้ท่านมิงค์ด้วยนะ ว่าเสร็จก็ร่ายมนต์นิดหน่อย ของชิ้นเล็กๆก็ปรากฏขึ้นบนมือ สายสร้อยสักลวดลายที่สวยงามตามแบบฉบับของพวกเอลฟ์ทางเหนือ จี้เป็นลูกแก้ว สีที่ใสราวกับหยดน้ำแห่งศรัทธานั้นส่องสว่างไสว
ลูกแก้วอธิฐาน หญิงสาวมองมันไม่ละสายตา
ชินหัวเราะเล็กน้อยกับปฏิกิริยาของสาวน้อยตรงหน้าใช่...เดี๋ยวผมใส่ให้นะ ว่าแล้วก็เดินอ้อมไปทางด้านหลังของหญิงสาว ใส่สร้อยติดตะขอ แล้วช้อนผมนั้นออก
ขอบคุณนะชิน เป็นของขวัญที่สวยมากเลย
อื้ม มันจะช่วยคุ้มครองท่านมิงค์นะ มีอะไรก็ตั้งใจอธิษฐานนะ
ขอบใจนะ หญิงสาวยิ้มให้ แล้วก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ ท่านพ่อบอกว่าคืนนี้ให้ชินกับคิมไปที่ห้องท่าน มีงานให้ทำเธอรีบบอก
อ้อ ได้สิ เดี๋ยวผมบอกคิมให้
งั้นฉันไปล่ะนะ ขอบคุณสำหรับของขวัญนะชิน


จะให้คิมกับชินไปกับลูกเหรอ ท่านพ่อเสียงหวานโวยลั่น
แล้วลูกคิดว่าพ่อจะให้ลูกไปคนเดียวหรือไง ผู้เป็นพ่อย้อนถาม แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบจากลูกสาว คิม ชิน ฉันจะส่งพวกนายเข้าไปในโรงเรียนพร้อมมิงค์ ให้นายสองคนดูแลลูกสาวฉันให้ดี ส่วนเรื่องงาน เดี๋ยวฉันจะติดต่อนายสองคนทีหลัง
ครับขานรับพร้อมกัน
พวกเจ้าสามคนไปนอนกันได้แล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้จะต้องเดินทางแต่เช้า
จะให้ไปพรุ่งนี้เลยหรือท่านพ่อสาวเจ้ายังคงโวยวายต่อ
ท่านอคาล็อค โบกมือเป็นเชิงบอกให้คิมพาบุตรสาวออกไป
ชิน อย่าเพิ่งไป ฉันมีอะไรจะคุยด้วย
ครับ ขานรับพร้อมกับเดินเข้าไปหา ปล่อยให้ผู้เป็นพี่ชายพาหญิงสาวออกไป

ทำไมต้องอุ้มกันด้วยเล่า ปล่อยฉันลงนะ!
ไม่คิมยังคงมีสีหน้านิ่ง ฉันจะไม่ปล่อยเธอลงจนกว่าเธอจะเลิกโวยวาย
ก็ได้ปล่อยฉันลงได้หรือยังล่ะเสียงอ่อนลง
พอขาถึงพื้นสาวเจ้าก็ทำท่าจะรีบวิ่งหนี แต่ก็ถูกมือใหญ่รั้งเอาไว้
อย่าเพิ่งไปสิ จะไม่เอาของขวัญหรือไง
ไหนบอกว่าไม่มีให้ไง งอนใหญ่เลย
จะเอาหรือเปล่าล่ะ
เอาสิ คิมให้ทำไมจะไม่เอา
หลับตา ชายหนุ่มสั่งด้วยเสียงห้วนๆเช่นเคย
สาวน้อยตรงหน้าหลับตาพริ้มเงียบๆ มือหนาจับมือคนตรงหน้าขึ้นมา...

นี่อะไรอ่ะคิม สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างในมือ
สุขสันต์วันเกิด เสียงนั้นอ่อนโยน ลืมตาได้แล้ว
หญิงสาวทำตามอย่างว่าง่าย ในใจนึก ไอ้นี่ก็โรแมนติกเป็นเหมือนกันเนอะ
ดาบสีเงินวาวสวยอยู่ในมือ ฟักดาบสลักลวดลายที่วิจิตสวยงามและแปลกตา
นี่ฉันแกะเองเลยนะ คิมอธิบาย ทำเองทั้งหมดเลย จะได้เหมาะมือเธอ
ขอบคุณนะมิงค์อึ้งระคนดีใจ ชอบมากเลยล่ะ เธอยิ้มแล้วก็วิ่งพาของขวัญที่เพิ่งได้มาเข้าห้องนอนไป

งานนี้เป็นงานใหญ่ กษัตริย์แห่งเซนโดเมน ว่าจ้างเราให้ไปสืบในโรงเรียนกิลเบิร์ก เพราะท่านเห็นว่าตอนนี้มีอะไรแปลกๆในโรงเรียน ชินเจ้าต้องคอยตรวจตราดูให้ดีอย่าให้ใครรู้ได้ว่าเราเข้าไปในโรงเรียนเพื่อจุดประสงค์อะไร อคาล็อกกำชับ อย่างจริงจัง
ครับนายท่าน เด็กหนุ่มตอบรับ
อ่ะนี่ อคาล็อกส่ง นกอินทรีสีดำที่เกาะอยู่ในกรงให้ชิน นี่คือ คาซึกิ ข้าฝึกมันมาอย่างดี เจ้าจงให้มันส่งข่าวมาบอกข้าเรื่อยๆ
แล้วจะไม่มีใครสังเกตเห็นเหรอครับนายท่าน
เวลาบินขึ้นท้องฟ้า คาซึกิสามารถล่องหนได้ เข้าใจแล้วนะ มีอะไรสงสัยอีกมั้ยชิน
ไม่มีแล้วครับนายท่าน
ไปนอนได้แล้ว พรุ่งนี้เจ้าต้องเดินทางแต่เช้า เออ ที่สำคัญอีกอย่าง ตามหาสายสืบของกษัตริย์แห่งเซนโดเมนให้เจอ เค้าจะคอยช่วยเจ้า
ครับนายท่าน ว่าแล้ว โค้งคำนับ เดินออกจากห้องพร้อมเจ้า คาซึกิ

ดีค่ะ เพื่อนๆ หลังจากที่บล็อกเน่าไปนาน ฮ่าๆๆๆ

ก็มาอัพอีกแระ นะ

เรื่อง แวมไพร์ ยังสรุปไม่ได้ ว่า ตกลงจะวายไม่วาย ฮ่าๆๆๆ

ยังไงก็ขอฝากเรื่องนี้ไว้ด้วยนะคะ

htp://zeanoassassin.exteen.com

ไปเยี่ยมชม และเม้นด้วยนะค๊า!!!!!!!

2007/Mar/31

Let me introduce me!!!~

Im **RizaRu**

ข้าน้อยเองก็เป็นอีกผู้หนึ่ง

ที่มีส่วนร่วมกบดานอยู่ใน blog แห่งนี้

ในที่นี้จะเป็นที่รวบรวมผลงาน

และเรื่องราวต่างๆ ของพวกเราแต่ละคน

ขอฝาก fic ของข้าน้อยไว้ด้วยนะทุกท่าน

*/*/* ชีวิตคนเรา ย่อมต้องมีมุมมืดใช่มั๊ย?*/*/*

Pain of Vengeance

Prologue

ท้องฟ้ายามค่ำคืนช่างสวยงาม แต่ดวงดาวที่สุกสกาวเหล่านั้น กลับดูหม่นแสงลงไป เมื่อคนที่จ้องมองมัน อยู่ภายใต้แสงสีสว่างไสว ของเมืองหลวง โซล เมืองที่ผู้คนไขว่คว้า เมืองที่เต็มไปด้วยแสงสี อำนาจ และ เงินทอง แต่จะมีสักกี่คนที่จะเข้าใจอย่างแท้จริง ว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่นำพาความสุขออกไปจากชีวิตอย่างเลี่ยงไม่ได้

นายน้อยแจจุงครับ ถึงยังไง ผมก็อยากให้คุณเลิกทำงานนี้นะครับ คำพูดนอบน้อม แฝงความห่วงใยที่ส่งถึงผู้เป็นเจ้านาย เรียกสติของผู้เป็นนาย ที่กำลังมองภาพวิวทิวทัศน์ของ โซล ในยามราตรีจากกระจกใสบานใหญ่

ชั้นรู้ว่านายเป็นห่วงชั้นชางมิน แต่ชั้นทำมาตั้งนานแล้ว และมันก็เป็นงานที่ทำแล้วสบายใจดี ถึงบางคนอาจจะมองว่ามันแปลก แต่ชั้นก็ไม่แคร์ มันดีซะอีกนะ เราจะได้เข้าถึงตัว เค้า อย่างง่ายดายไงล่ะ

แต่นายน้อยครับ ผมว่ามันเสี่ยงเกินไปนะครับ ถ้าเกิดฝ่ายนั้นเค้ารู้ตัวขึ้นมา คุณจะมีอันตรายได้ ผมว่า เราน่าจะหาวิธีอื่นที่.......

มาถึงขั้นนี้แล้ว มีอะไรต้องกลัวอีกหรือแจจุงขัดขึ้น พร้อมกับหันกลับมามองชางมินด้วยสายตา

ที่ยากจะหยั่งถึงความรู้สึกเราไม่มีอะไรจะต้องเสียอีกแล้ว เค้า ต่างหาก ที่จะต้องเป็นฝ่ายกลัว ว่าจะมีใครรู้ถึงความชั่วที่ได้ทำเอาไว้

พูดจบเจ้าตัวก็หันกลับไปมองกระจกบานนั้นตามเดิม ทิ้งให้ผู้อยู่เบื้องหลังจมอยู่กับความคิดของตนเอง

ดีแล้วหรือที่นำความจริงทุกอย่างกลับมาบอกให้นายน้อยได้รับรู้ ชางมินคิดพลางทอดสายตามองร่างบางตรงหน้า ทำถูกแล้วหรือที่นำความจริงที่นายท่านผู้ล่วงลับ ประธาน คิม เจ้าของธุรกิจผลิต และนำเข้านาฬิกาข้อมือ ที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆของเกาหลี ได้สั่งเสียไว้ กลับมาบอกกับนายน้อยแจจุง เด็กหนุ่มผู้ที่เคยมีรอยยิ้มสดใส สวยงามราวนางฟ้า เป็นผ้าขาวที่ได้รับการดูแลอย่างดี

แต่บัดนี้ สิ่งเหล่านั้นกลับถูกเก็บซ่อนไว้เบื้องลึก ที่แสดงออกมาให้คนทั่วไปได้เห็นก็คงจะเป็นเพียงแค่การแสดงภายนอก ที่ปกปิดความปวดร้าวที่ซ่อนลึกอยู่ภายใน เค้าไม่อยากเห็นนายน้อย

เป็นทุกข์ เวลาเดียวที่เค้าเห็นนายน้อยมีความสุขอย่างแท้จริงได้ ก็คือเวลาที่ได้ทำ งาน

แต่ถึงอย่างนั้น เค้าก็ยังอยากให้นายน้อยแจจุงเลิกงานอย่างนั้นซะ มันเสี่ยงเกินไปสำหรับคนอย่างนายน้อยแจจุง แต่สิ่งที่เค้าทำได้ ก็เพียงแค่คอยช่วยเหลือ และดูแล เพื่อทดแทนบุญคุณที่

ตระกูลคิมมีต่อเขา

อย่ากังวลไปเลยชางมิน แจจุงหันกลับมาหาชายหนุ่มร่างสูงอีกครั้ง พลางส่งยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ชั้นจะทำทุกอย่างด้วยความรอบคอบ ไม่ให้มีอะไรผิดพลาดได้

างมินทำสีหน้าหนักใจ และกล่าวออกมาในที่สุด

ถ้านายน้อยตัดสินใจอย่างนั้นแล้ว ผมคงไม่สามารถคัดค้านคุณได้ แต่ไม่ว่ายังไง ผมก็อยากให้นายน้อยรับรู้ว่า ผมจะซื่อสัตย์ และคอยช่วยเหลือคุณตลอดนะไปครับ

ขอบใจนะชางมิน คุณพ่อชั้น อบรมเธอมาเป็นอย่างดีเลยนะเนี่ย แจจุงกล่าวยิ้มๆ

ชั้นดีใจที่เธอรอดจากเหตุการณ์นั้นมาได้ แถมยังไม่ทิ้งความจงรักภักดี กลับมาหาและคอยช่วยเหลือชั้น

พูดถึงตรงนี้ แจจุงก็หันกลับไปมองกระจกใสบานใหญ่ด้านหลังอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด และสีหน้าที่ชางมินไม่อาจมองเห็นได้

ชั้นจะต้องทำให้สำเร็จชางมิน ทุกอย่างที่เคยเป็นของเราที่ถูกทำลายไป จะต้องกลับคืนมา

และพวก เค้า จะได้รับการตอบแทนอย่างสาสม"

**RizaRu**

2007/Mar/31

คุณเคยเชื่อเรื่องพรหมลิขิตไหม

มันเป็นสิ่งที่ทำให้คน 2 คน มาเจอกันโดยความบังเอิน

และเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวต่างๆ

ของคนทั้งคู่

หลายคนอาจจะไม่เชื่อ

และ

ไม่มีทางเชื่อโดยเด็ดขาด

แต่

เพราะอะไรที่ทำให้มนุษย์ 2 คน

ซึ้ง แตกต่างกันในทุกๆด้าน

ได้มาพบกัน

คุนคิดว่ามันคืออะไร

*********************************************

ขอทิ้งไว้แค่นี้ก่อนน้า

เหอๆ

เรื่องนี้อาจจาเปงเรื่องที่อุบาดที่สุดที่ลงในบล๊อกก้เปนได้

555+

เพราะว่าคิดออกมาไงก้อเขียนเลย

พูดง่ายๆว่าหนังสด

ม่ายได้เกลาภาษาแต่อย่างใด

แล้วเดวคิดต่ออกจามาลงต่อ


edit @ 2007/03/31 21:14:12